สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2554 09:31:27 น.
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดสูงขึ้นเมื่อคืนนี้ (13 เม.ย.) เนื่องจากแรงซื้อเก็งกำไรหลังจากที่ราคาทองคำร่วงลงเมื่อวันก่อนหน้านี้ รวมทั้งขานรับคาดการณ์โดยจีเอฟเอ็มที่ว่า ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 13% ก่อนสิ้นปีนี้
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดบวก 2 ดอลลาร์ หรือ 0.1% แตะที่ 1,455.6 ดอลลาร์/ออนซ์
ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค.บวก 17.1 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ระดับ 40.237 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค.บวก 2.9 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ 1,777.2 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย.ร่วง 4.80 ดอลลาร์ ปิดที่ 765.30 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า บริษัท จีเอฟเอ็ม ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยคาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะสูงขึ้นถึง 13% แตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะถึงสิ้นปีนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและนโยบายการเงินที่ผ่อนปรน
เทรดเดอร์กล่าวว่า ราคาทองที่ร่วงลง 20.5 ดอลลาร์ในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา
ไมค์ ดาลี ผู้เชี่ยวชาญด้านทองคำของพีเอฟจีเบสท์ กล่าวว่า เทรดเดอร์จำนวนมากอาจจะพากันอยู่นอกตลาดในวันนี้ เพื่อรอดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องการลงทุน
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (13 เม.ย.) เนื่องจากสต็อกน้ำมันของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้วร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2554
สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนพ.ค.ปรับตัวขึ้น 86 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 107.11 ดอลลาร์/บาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์เดือนพ.ค.ดีดตัวขึ้น 3.02 เซนต์ หรือ 0.81% ปิดที่ ดอลลาร์/แกลลอน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ปรับตัวขึ้น 1.96 ดอลลาร์ หรือ 1.62% ปิดที่ 122.88 ดอลลาร์/บาร์เรล
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 8 เม.ย.ร่วงลง 7 ล้านบาร์เรล แตะที่ 209.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ยอดขายกลุ่มค้าปลีกสหรัฐที่ขยายตัวขึ้น 0.4% ในเดือนมี.ค. ซึ่งขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 นั้น นับเป็นสัญญาณบวกสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐและยังเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนตลาดน้ำมัน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2554 10:01:43 น.
ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐเรียกร้องให้มีการลดยอดขาดดุลงบประมาณของประเทศลงให้ได้ 4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 12 ปีข้างหน้านี้ โดยภายแผนการณ์ใหม่ รัฐบาลสหรัฐจะลดงบประมาณด้านกลาโหมลง 4 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2566 รวมทั้งลดงบประมาณโครงการสุขภาพสำหรับผู้ยากจนและผู้สูงอายุ 4.80 แสนล้านดอลลาร์
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า โอบามาได้กล่าวปราศรัยเรื่องดังกล่าว หลังจากที่นายพอล ไรอัน ประธานคณะกรรมการงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้เสนอแผนการณ์ด้านงบประมาณที่มีเป้าหมายในการลดยอดขาดดุลลง 4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงระยะเวลา 10 ปี
โอบามายังย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปด้านภาษี โดยมีเป้าหมายที่จะยกเลิกการลดภาษีสำหรับผู้มีรายได้สูงกว่า 2 แสนดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้มีการนำมาใช้สมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช


